เว็บไซต์สำหรับผู้ชาย Boy.in.th

ความเชื่อเกี่ยวกับ six pack ที่ผิด

magazine-840392_960_720

Six Pack หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นมัดนั้น  ถูกใจทั้งหญิงแท้และหญิงเทียม  น้อยคนนักที่จะได้อย่างใจ  เพราะยังมีความเชื่อที่ผิดๆ  เกี่ยวกับการรีดไขมันหน้าท้องให้ออกมาเป็น Six Pack นั่นเอง

หลายคนนั้นมีความตั้งใจที่สูง มีความพยายามก็จริงแต่ใช้ผิดวิธี  เมื่อไม่เห็นผลแล้วนั้นก็เลยล้มเลิก  เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณโหมเล่น  ความเชื่อของคุณที่มีอยู่  มันตกอยู่ในความคิดนี้หรือเปล่า  ถ้าหากว่าใช่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการ  แต่เป้าหมายของเรานั้นคงเดิม  นั่นก็คือกล้ามท้องที่งดงามที่ปราศจากไขมัน

  1. การเลือกอาหารไม่ถูก

ในยุคของทุนนิยมและตลาดเสรีนั้น  บรรดาอุตสาหกรรมและอาหารต่างๆที่ได้ออกมาประกาศตัวเองว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ  หรือ Health Food  นั้นมักจะเป็นตัวที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเสมอ ว่ามันเป็นอาหารทีเป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย กับการลดไขมัน

  1. การออกกำลังกายที่ผิดท่า

ท่าการออกกำลังกายท่าแรกที่เราๆ ที่ท่านนึกถึง และการทำเพื่อลดหน้าท้อง  นั้นก็คือ การทำซิทอัพนั่นเอง หรือการเกร็งหน้าท้อง  ซึ่งจะเป็นท่าที่ทำให้กล้ามท้องของเราแข็งแรง  แต่มันไม่มีผลเลยกับการที่จะทำให้หน้าท้องของเรามี  Six Pack ออกมา  ทำวันละร้อยครั้งก็ไม่มีประสิทธิภาพ เท่ากับท่าที่เฉพาะเจาะจง

  1. การออกกำลังกายที่นาน ๆ

เราคงที่จะเคยเห็นเพื่อนร่วมยิม  ที่ออกกำลังกายกันแบบหนักหน่วง  วิ่งอยู่บนสายพานนานนับชั่วโมง หรือว่าเต้นแอโรบิคชนิดที่แบบเหงื่อท่วมตัว  เธอคนนั้นก็ยังมีพุงเนินที่ไม่ราบเรียบ  กล้ามท้องหรือ Six Pack ก็ยังไม่ปรากฏตัวมาให้เห็น  ซึ่ง การออกกำลังกายแบบนี้นั้นมีประโยชน์ต่อระบบหายใจ  ปอด และระบบหลอดเลือดให้แข็งแรงเท่านั้น  แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของการสร้าง Six Pack

  1. กินยาลดพุง

การกินยาลดความอ้วน หรือการกินอาหารเสริมในการลดไขมัน  สามารถที่จะช่วยเราให้ลดน้าหนักของเราได้แค่ในระยะสั้นเท่านั้น  และยาบางอย่างอาจทำให้เราสูญเสียกล้ามเนื้อไปได้อีกด้วย  แต่พุงก็ไม่ยุบ ซิกแพคก็ไม่มี  แถมยังเปลืองเงินอีกด้วย

  1. อุปกรณ์เสริมที่ ได้ไม่คุ้มเสีย

ได้ยินกับแทบทุกช่อง  “โทรมาหาเราทันทีคุณได้รับของแถมมูลค่า…บราๆ”  เพียง 20 ท่านแรกเท่านั้นที่จะได้เสียค่าโง่ เอ๊ย ไม่ใช่ๆ ที่จะได้รับสิทธิที่พิเศษ  เข็มขัดที่ช่วยลดหน้าท้อง  เครื่องมือที่ช่วยในการซิทอัพ  หรืออุปกรณ์สร้างกล้ามหน้าท้องได้ในทันใจ แล้วก็เอานายแบบ  กับนางแบบมาโชว์เพื่อยั่วน้ำลาย  รับรองได้เลยว่า พวกนายแบบกับนางแบบที่ได้หุ่นดีๆแบบนั้น  พวกเขาไม่ได้ใช้เครื่องมือที่ว่านั่นหรอก  เขาแค่จ่ายเพื่อให้มาโฆษณาก็เท่านั้น

ลองถามบรรดาเพื่อนๆ คุณดู  9 ใน 10 คน อาจจะรวมถึงตัวคุณด้วย  ตั้งแต่ที่จ่ายเงินไปแล้วได้ใช้ไปกี่ครั้ง

ข้อมูลความเชื่อข้างต้นนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดีต่อการออกกำลังกายหรือต่อร่างกายของเรา  ทุกอย่างที่เราทำนั้นล้วนมีประโยชน์โดยรวม  แต่การที่จะโฟกัสไปที่กล้ามท้อง หรือการลดพุง และจุดใหญ่ที่ต้องการก็คือ SIX PACK  ทั้งห้าข้อข้างต้นนั้นไม่ใช่วิธีการที่จะสามารถนำเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้

ผู้ชายจะล้างอย่างไรให้ถูกวิธี

emotions-371238_960_720

จริงๆแล้วนั้น  การล้างหน้า นับได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเราทุกคนเลย  ไม่ว่า จะเป็นชาย หรือ หญิง แต่ว่าการล้างหน้าในทุกๆวันนั้น  คุณได้ให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน  เพียงแค่เอาน้ำมาลูบๆ หน้าหรือป่าว  เพราะหากว่าคุณใส่ใจกับการล้างหน้าซักนิดนึงนั้น  ปัญหาเรื่องผิวหน้า  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของสิว  ผิวคล้ำ และปัญหาต่างๆก็จะลดลงไปได้เยอะเลย  วันนี้เรามีขั้นตอนการล้างหน้ามาฝาก  เพราะเหล่าผู้ชายหลายๆคนนั้นมักจะมองข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไป

  1. เตรียมตัวของเราให้พร้อม การเตรียมตัวนั้นหมายความว่า ให้คุณนั้นเก็บผมข้างหน้าของคุณก่อนให้เรียบร้อย เพื่อผมนั้นจะได้ไม่ลงมาเกะกะเราในเวลาที่เราล้างหน้า
  2. น้ำที่เราใช้ล้างหน้านั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นหรอก เพราะเมื่อตื่นเช้ามา ผู้ชายอย่างเราๆนั้น  ก็จะรีบเร่งกันทุกคน  การที่จะไปดูเรื่องของอุณหภูมินั้นคงไม่ได้  น้ำที่ใช้ ก็ควรจะเป็นน้ำที่อุณภูมิห้องนี่แหละดีที่สุด  เพียงแต่ว่าขอให้เป็นน้ำที่สะอาดก็เพียงพอแล้ว  แต่.ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ชายที่ผิวแห้ง ก็ควรที่จะดูในเรื่องนี้ด้วย   ผู้ชายผิวแห้งนั้น ไม่ควรที่จะใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้า  เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ผิวหน้าของคุณแห้งขึ้นไปอีก
  3. ชโลมผิวหน้าโดยน้ำสะอาดเสียก่อน แล้วจึงค่อยลงโฟมล้างหน้า

– ตัวโฟมล้างหน้า ตามท้องตลาดนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ  เราจะใช้แบบไหนก็ได้ ขอเพียงแค่ว่าตัวคุณไม่แพ้  ใช้ไปแล้วไม่เกิดสิว ก็เพียงพอแล้ว

– การใช้โฟมล้างหน้า ให้คุณนั้นบีบลงบนฝ่ามือ  แล้วจึงค่อยๆถูให้เกิดฟองก่อน  แล้วจึงค่อยนำมาล้างหน้า  เพราะหาก ว่าคุณใช้โฟมล้างหน้าลงไปบนใบหน้าเลย  เนื้อโฟมนั้นจะแตกตัวออกมาได้ไม่หมด  หรือตัวเนื้อโฟมนั้นอาจไปอุดตันในรูขุมขน ซึ่งยากต่อการล้างออก และจะนำมาซึ่งการเกิดสิวได้

– เมื่อคุณถูโฟมล้างหน้าที่มือ จนมีฟองแล้ว ให้นำฟองนั้นไปล้างหน้า  ใช้นิ้วถูไปบนใบหน้าเบาๆ  และให้ทั่วใบหน้า

  1. ล้างโฟมล้างหน้าออกโดยน้ำสะอาด
  2. ซับผิวหน้าให้แห้ง โดยใช้ผ้าขนหนู หรือ ทิชชู่ที่สะอาด  ขอย้ำว่าควรที่จะซับอย่างเดียว  เพราะการเช็ดหน้านั้นจะเกิดการเสียดสีกับผิวหน้าของคุณ  ซึ่งจะเป็นการทำร้ายผิวหน้าของคุณเป็นอย่างมาก   หากคุณใช้ผ้าขนหนูแล้วนั้นก็ควรที่จะแยกผ้าขนหนูที่ไว้ใช้เช็ดหน้ากับผ้าที่ไว้ใช้เช็ดตัวให้เป็นคนละผืนด้วย  เพราะว่าเราจะได้ใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดจริงๆต่อหน้าของเรา

แค่เท่านี้เอง  ผิวหน้าของเหล่าผู้ชายนั้น  ก็จะสะอาดหมดจด  ให้สมกับเป็นการล้างหน้าได้อย่างแท้จริง

จะจัดการไขมันกับคอลเลสเตอรอล อย่างไรดี

bacon-1238643_960_720

ไปตรวจร่างกายมาแล้วเจอไขมันสูง  ไม่อยากที่จะกินยา เพียงแค่ปรับวิถีชีวิตให้รับมือกับไขมันที่สูงได้อย่างสบาย ๆด้วย  4 วิธีง่าย ๆ เพื่อรับมือกับภาวะไขมันโคเลสเตอรอลสูง

อันดับแรกนั้น  เลือกทานอาหารสุขภาพ  ฟังดูเหมือนจะเข้าใจง่ายแต่อะไรหล่ะคืออาหารสุขภาพ  อาหารกลุ่มแรกนั้นก็คือกลุ่มที่มีโคเลสเตอรอลที่สูง เช่น อาหารทะเลแทบทุกประเภท  ยกเว้นก็แต่ปลา  และที่ควรหลีกเลี่ยงมากกว่าอาหารที่มีไขมันสูงนั้นก็คือกลุ่มอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว  อาหารทอด  หรืออาหารที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้วทางอุตสาหกรรม

แต่การจะลดโคเลสเตอรอลโดยการอดอาหารหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงนั้นไม่เพียงพอ  ควรให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานด้วย  จึงจะมีผลต่อการลดระดับโคเลสเตอรอลต่างๆ ดีขึ้น

อันดับที่ 2 ก็คือการออกกำลังกายเพื่อควบคุมโคเลสเตอรอล  การออกกำลังกายนั้นเป็นยาวิเศษที่สุด  สำหรับร่างกายของเรา  การเพิ่มกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวร่างกายนั้นช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ได้เป็นอย่างดี   และที่สำคัญนั้นคือจะทำให้ไขมันเอชดีแอลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก  ซึ่งไขมันตัวนี้จะคอยเก็บกวาดขยะไขมันตัวร้ายจากหลอดเลือดในร่างกายเรา

อันดับที่ 3 ลดน้ำหนัก หรือลดโคเลสเตอรอล  ความอ้วนนั้นฟังแล้วแสลงหูเป็ยอย่างมาก  ดูแล้วไม่สบายตา และยังมีผลอย่างมากต่อระดับไขมันโคเลสเตอรอล  สมการที่ชัดเจนและลงตัวคือ  การลดน้ำหนักตัวนั้นทำให้โคเลสเตอรอลของเราลดลง  สำหรับบางคนนั้นการควบคุมระดับไขมันโคเลสเตอรอล  โดยการลดอาหารที่ชอบแล้วยังต้องมาพะวงกับการลดน้ำหนักอีก ช่างเป็นอะไรที่ท้าทายอย่างยิ่ง

อันดับที่ 4. กินยาลดไขมัน  ซึ่งเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับผู้ที่ทำตามทั้งสามวิธีแล้วไม่ได้ผล  หรือผู้ที่มีไขมันสะสมรวมสูงมากเกินไป การใช้ยานั้นจะช่วยทำให้รักษาและป้องกันได้ก่อนที่จะมีปัญหาใหญ่โตต่างๆตามมา  บางคนนั้นมีหลายโรคมาชุมนุมกัน  การเลือกใช้ยานั้นย่อมมีปัญหาหรือผลข้างเคียงบ้าง  ก็ควรที่จะปรึกษากับคุณหมอให้ละเอียด  แต่ถ้าหากท่านเป็นคนไม่ชอบใช้ยาอยู่แล้ว  และมีไขมันที่ไม่สูงมากเกินไป  การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการกินและออกกำลังกายด้วยก็น่าจะพอ

เหงื่อของผู้ชายนั้นดีกว่าน้ำหอม

man-1146028_960_720

ถ้าจะให้เปรียบเทียบกันในแบบง่ายๆนั้น  มันก็จริงอยู่เพราะว่าหนุ่มๆ สมัยดึกดำบรรพ์นั้น ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องใช้อะไรมากมายมาเพิ่มกลิ่นกายของตัวเองให้หอม  แต่ว่าทำทำไม  เหล่าสาวๆ ถึงได้รุมตอมหนุ่มเหล่านั้นกันเป็นพรวน  เพราะเหตุนี้จึงได้กลายเป็นข้อสงสัยของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์   ได้ทำการศึษาสารเคมีต่างๆที่มีอยู่ตามธรรมชาติและในเหงื่อว่า มีอิทธิพลกับเพศตรงข้ามอย่างไรบ้าง

ผลลัพท์ที่ออกมานั้น สามารถที่จะยืนยันฤทธิ์พิศวาสของกลิ่นเหงื่อได้จริง  โดยเฉพาะกับเหล่าสาวๆ ที่มีอายุระหว่าง 18-22 ปี ซึ่งเขาเหล่านั้นมีผลตอบรับว่าเหงื่อนั้นมีกลิ่นหอมดีเสมือนเหมือนผ้าอ้อมเด็ก  ในขณะเดียวกันนั้นสาวๆ ที่มีอายุน้อยหรือมากกว่านี้  จะไม่แสดงอาการในการตอบรับสารพิเศษในเหงื่อของเพศตรงข้าม  แต่ในขณะเเดียวกันนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการในการต่อต้านหรือปฏิเสธใดๆ ในทางลบออกมาเลย

เหล่านักวิจัยเรื่องเสน่ห์จากกลิ่นเหงื่อดังกล่าวนั้นเน้นว่า  ในปัจจุบันนั้นคนทั่วไปไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนักเท่าไหร่  ทั้งๆ ที่มันนั้นเป็นคุณสมบัติที่พิเศษซึ่งเรามีติดตัวมาตามธรรมชาติ  แต่ว่าเหงื่ออันทรงเสน่ห์ดังกล่าว  ไม่ใช่เหงื่อซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายแล้วมีท่วมตัวจนเหม็น  แต่เป็นของเหลวที่ร่างกายของเราขับของเสียออกจากร่างกายตามปกติในการใช้ชีวิตนี่แหละ

ผู้ชายที่เครียด จะดูผู้หญิงอ้วนสวยขึ้น

country-871445_960_720

รู้กันหรือไม่  ว่าเมื่อผู้ชายอย่างเราๆนั้น  เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาแล้ว  อาจจะมองผู้หญิงที่อ้วนให้มีเสน่ห์ขึ้นได้ในทันตา เลยหล่ะ  ซึ่งก็ได้มีผลการวิจัยมาแล้วจาก University of Westminster ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั่นเอง ซ฿งได้ทำการศึกษาและวิจัยเรื่อง  ความเครียดนั้นเป็นตัวเร่งทางจิตวิทยาซึ่งจะมีผลต่อความพึงพอใจในน้ำหนักตัวของเพศตรงข้ามหรือไม่   โดยทำการวิจัยโดยให้กลุ่มตัวอย่างจากชาวอังกฤษจำนวนทั้งหมด  81 คน  โดยได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกนั้นมีการผ่านการสัมภาษณ์งานที่โหดๆ เพื่อที่จะเพิ่มความเครียด ส่วนที่อีกกลุ่มนั้นจะได้นั่งเล่นรอแบบสบายๆ

จากนั้น ก็ได้นำกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่ม  ให้มาประเมินรูปร่างของผู้หญิงที่มีความแตกต่างกันไป และก็ให้ระบุคะแนนให้กับผู้หญิงเหล่านั้น  ผลนั้นปรากฏว่า ผู้ชายกลุ่มแรกที่ได้ผ่านภาวะเครียดจากการสัมภาษณ์งานมาแล้วนั้นได้ให้คะแนนต่อรูปผู้หญิงที่มีรูปร่างอวบนิดๆ ไปจนถึงผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วนมากกว่า  ของผู้ชายกลุ่มที่นั่งรออย่างสบายๆ แต่ผลการวิจัยนั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของวัฒนธรรมของที่ต่างๆด้วยเช่นกัน  ซึ่งถ้าหากอยากรู้ว่าผู้ชายไทยนั้นเป็นแบบนี้หรือป่าว  ก็คงต้องลองทำการศึกษาวิจัยกันอีกที

เพราะฉะนั้นแล้ว  อย่าไปเครียดอะไรมากเลย  เด๋วหน้ามืดตามัว  ไปทำอะไรลงไปโดยที่ไม่รู้ตัว

กินผักขมแล้วจะทำให้คุณแข็งแรงเหมือนป๊อปอาย

spinach-1427360_960_720

เมื่อพูดถึงป๊อบอายแล้วนั้น  คุณก็คงจะต้องนึกถึงชายผู้ที่จะมีร่างกายแข็งแรงกำยำ เมื่อตอนที่ได้กินผักขมเข้าไป  หากหลายคนที่เคยดูก็คงจะนึกใจว่า การกินผักโขมแล้วจะแข็งแรงแบบป๊อปอาย ได้จริงเหรอ  ซึ่งตอนนี้นั้นได้มีผลการวิจัยออกมาแล้ว  ว่าเป็นจริง เพราะสารไนเตรทที่มีในผักขมนั่นเอง

โดยที่นักวิจัย ในเมืองสต็อคโฮม  ของประเทศสวีเดนนั้นได้ทำการศึกษาว่าสารไนเตรทที่มีอยู่มากในผักโขม  โดยการใช้หนูทดลองเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกนั้นได้กินน้ำที่มีการผสมสารไนเตรท  กลุ่มที่ 2 ได้กินน้ำที่ไม่มีการผสมสารไนเตรท  ทำการทดลองเป็นเวลา   1 สัปดาห์  ผลปรากฏว่า หนูกลุ่มแรกที่น้ำได้ผสมสารไนเตรทเข้าไปนั้นมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิม

ซึ่งจากผลการวิจัยนั้น  ก็สรุปได้ว่า สารไนเตรทที่มีอยู่มากมายในผักโขม และในผักชนิดอื่นๆ นั้นช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงมากขึ้น  เพราะว่าสารไนเตรทนั้นจะไปช่วยเพิ่มในส่วนของจำนวนของโปรตีนในกล้ามเนื้อ  และช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น  หากว่าคุณทานผักไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผักโขม  เพียง 3 ถ้วยต่อวันนั้น  คุณก็จะได้สารไนเตรทที่เพียงพอแล้ว  แต่ถ้าหากคุณอยากที่จะกินแต่ผักโขม  ก็แค่กิน  2  ถ้วยต่อวันเท่านั้น  ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่มาก และราคานั้นก็ไม่แพงด้วย  และหากว่าคุณออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยแล้ว  กล้ามเนื้อของคุณก็น่าจะแข็งแรงมากๆเลยละ

น้ำอัดลมแหล่งของความอ้วน

sparkling-water-546255_960_720

ในเหล่าบรรดาเครื่องดื่มต่าง ๆ ของชีวิตประจำวันนั้น  น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่จัดได้ว่าไร้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างยิ่ง แถมยังก่อให้เกิดโทษต่อสุขภาพของเราอย่างมาก

มองไปตามโต๊ะในร้านอาหารเกือบทุกแห่งนั้น  จะมีน้ำอัดลมหลากสีจัดไว้เป็นอย่างดี  สำหรับในบ้านเราและบ้านอื่นๆ ทั่วโลก  นอกจากมีรสชาติที่หวานดึงดูดใจให้เราต้องดื่มเป็นประจำแล้ว  ความซ่าจากกรดคาร์บอเนตก็ติดตรึงใจผู้คนได้ไม่น้อย  ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่ไม่สูงแต่เมื่อเราเทียบกับประโยชน์และโทษของมันแล้วนั้น  นับได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงให้ได้เลย  เพราะอะไรนั้นไปอ่านกัน

ประการแรกนั้น  มีน้ำตาลที่สูงมากอยู่ ในน้ำอัดลมทุกขวด  ซึ่งเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับตัวเราในเรื่องของน้ำหนักตัวที่เกินปกติ  เพราะในน้ำอัดลม  1  กระป๋องหรือขวด  จะมีน้ำตาลสูงเทียบเท่ากับน้ำตาลทราย  15-20  ช้อนชา  เรียกได้เลยว่าเราได้รับพลังงานมหาศาลถึง  300-400  แคลอรี่  หากว่าร่างกายใช้ไม่หมดมันก็จะสะสมไปเป็นชั้นไขมันในพุง หรือต้นขาของเรานั่นเอง

ประการที่สองก็คือ  การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากๆ และบ่อยๆนั้น   มันไม่เป็นผลดีต่อระบบภายในร่างกายของเรา  เมื่อมีน้ำตาลที่สูงร่างกายของเราก็ต้องพึ่งฮอร์โมนอินซูลินเพื่อใช้ในการลดน้ำตาลในเลือด  ตับอ่อนของเราก็จะต้องทำงานหนัก  ทำให้อาจจะเกิดความเสื่อมได้เร็วกว่าคนปกติ  ซึ่งก็เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน จากโรคเบาหวานแล้วนั้นก็จะมีอีกหลายๆโรคตามมา อาทิเช่น  ความดันสูง  หลอดเลือดตีบตัน  และโรคหัวใจ

แต่หากท่านติดความซ่าอาจลองเลี่ยงไปดื่มเครื่องดื่มประเภทที่ไร้แคลอรี่หรือที่ปราศจากน้ำตาล  แต่ท่านนั้นทราบไหมว่าเป็นการหนีเสือแล้วไปปะจระเข้  เพราะยิ่งดื่มเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสอ้วนมาเท่านั้น

จากการศึกษาวิจัย  ของมหาวิทยาลัยเท็กซัสมากว่า 8 ปีต่อนั้น  ได้มีข้อสรุปไว้ว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มประเภทที่ปราศจากน้ำตาลและได้ใส่สารทดแทนความหวานลงไป  จะมีโอกาสที่น้ำหนักตัวจะเกินกว่ากลุ่มปกติ  การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่คุณจะอ้วนสูงถึง  41%  สำหรับทุกๆขวดที่คุณดื่มเข้าไป

สาเหตุของการดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลแต่กลับพบว่ามีโทษต่อร่างกายนั้นเป็นเพราะว่าสารทดแทนความหวานนั้นได้สร้างปฏิกิริยา  ทำให้ฮอร์โมนภายในร่างกายสามารถที่จะเก็บกักไขมันได้มากกว่าปกติ

ประการสุดท้ายก็คือ  ความประมาทของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่ม  ซึ่งคิดว่าไม่มีน้ำตาล  ทำให้เผลอใจและกินอย่างไม่ระมัดระวัง กว่าที่จะรู้ตัวอีกทีก็ทำเอาอ้วนเสียแล้ว  สำหรับผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริงแล้วนั้น  เครื่องดื่มประเภทนี้ควรที่จะหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

 

การสร้างรากผมและการดูแลหนังศรีษะ

man-945481_960_720

หนังศีรษะของเรานั้นเป็นรากฐานของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบนศีรษะของเรา  หากว่ามีหนังศีรษะที่ดี  ก็จะมีส่วนทำให้เส้นผมของเราดีไปด้วย  ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับหนังศีรษะเช่น  มีรังแค  เกิดสะเก็ดเงิน ก็จะไม่มีมารวบกวนจิตใจชายหนุ่มอย่างเราๆ  แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่ด้วยว่าตัวคุณเอง สนใจดูแลมันแค่ไหน  วันนี้เรามีวิธีในการดูเลหนังศีรษะอย่างง่ายๆมาบอกด้วย

  1. สระผม

วิธีการในรักษาหนังศีรษะให้สะอาดอยู่เสมอนั้น  เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ  เพราะว่าจะช่วยในการขจัดสิ่งสรกปกออกจากหนังศีรษะของเรา  และลดสาเหตุการอุดตันของรูขุมขน  ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีรังแค  ใช้แชมพูที่อ่อนๆ  ควรสระผมวันละครั้ง  พร้อมนวดหนังศีรษะไปด้วยก็จะช่วยในการทำความสะอาดหนังศีรษะได้  แต่ก็ต้องล้างแชมพูให้หมดด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วละก็  สารบางตัวที่มีจากแชมพู  ก็อาจจะตกค้างที่ศีรษะของเราและอาจก่อให้เกิดปัญหารังแคและผมร่วงตามมาได้

  1. นวดหนังศีรษะ

การนวดหนังศีรษะนั้น  เป็นสิ่งที่มีประโยชน์เป้นอย่างมากเพราะว่าจะช่วยในการเสริมการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณหนังศีรษะ  ทำให้หนังศีรษะมีความยืดหยุ่นหรือลดความตึงของหนังศีรษะที่อาจจะเกิดจากสภาวะต่างๆ  และยังทำให้เกิดการผ่อนคลายบวกกับการเสริมการสร้างเส้นผมให้งอกใหม่และยังช่วยทำให้เส้นผมเดิมมีความมันวาว  การนวดนั้นก็แค่ใช้ปลายนิ้วคลึงไปที่รอบๆของหนังศีรษะและควรทำสัปดาห์ละครั้ง ครั้งหนึ่งนาน  3-4 นาที

3.หลีกเลี่ยงการทำให้หนังศีรษะแห้ง

การที่เราสระผมด้วยน้ำที่ร้อนมากเกินไป  การไดร์ผม  หรือการใช้ความร้อนกับเส้นผมนั้น  มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการดึงน้ำมันออกไปหล่อเลี้ยงผิวหนังของศีรษะ  จึงทำให้เกิดอาการแห้งกร้าน  หากว่าคุณรู้สึกหนังศีรษะแห้งเกินไป  ก็ควรหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะมาใช้ดู   ไม่เช่นนั้นละก็อาจจะเกิดรังแคตามมาก็ได้

แค่ดูหนังก็สามารถที่จะลดน้ำหนักได้

popcorn-1433327_960_720

คุณรู้หรือไม่ว่า  แค่การดูหนังนั้นก็สามารถที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

ได้มีมีผลการวิจัย  จากมหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์  ที่ว่าการดูหนังประเภทแนวตื่นเต้นๆหรือสยองขวัญ  1  เรื่องหรือใช้เวลาประมาณ 90 นาทีนั้น  จะช่วยในการสูฉีดอะดรีนาลีนภายในตัวคุณ  ซึ่งอะดรีนาลีนนั้นจะช่วยในเผาผลาญพลังงานได้มากถึง  119  แคลอรีโดยเฉลี่ย หรือเทียบเท่ากับการเดินเป็นเวลาถึง 30 นาทีเลยทีเดียว

และผู้ที่ทำการวิจัยนั้น  ยังได้เรียงลำดับของหนังสยองขวัญ ที่ช่วยในเผาผลาญพลังงานมากที่สุด 3 อันดับ อีกด้วย  มาดูกันเลยว่า  3  อันดับนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

อันดับที่ 1 ได้แก่หนังจากปี 1980 นั่นก็คือเรื่อง The Shining  ที่สร้างจากนิยายสยองขวัญของสตีเฟ่น คิง  ซึ่งหนังเรื่องนี้มีค่าเฉลี่ยของการเผาผลาญพลังงานมากที่สุด ซึ่งอยู่ที่  184  แคลอรี่

อันดับที่ 2 ได้แก่หนังจากปี  1975 นั่นก็คือเรื่อง  JAW  ซึ่งเนื้อเรื่องในหนังนั้นเป็นการหนีจากการไล่ล่าของฉลามยักษ์  มีค่าเฉลี่ยของการเผาผลาญพลังงานอยู่ที่  161 แคลอรี่

และอันดับ 3 ได้แก่หนังผีสุดแสนจะคลาสสิกอย่างเรื่อง  The Exorcist  ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่ถูกผีสิง  มีค่าเฉลี่ยของการเผาผลาญพลังงานอยู่ที่  158  แคลอรี่

แต่หากว่าใครที่ไม่ชอบดูหนังแนวตื่นเต้นหรือสยองขวัญ  ก็ลองหันมาเปลี่ยนแนวมาดูหนังตลกก็ได้  เพราะว่า เมื่่อคุณดูหนังตลกแล้ว  คุณหัวเราะ การหัวเราะนั้นก็ช่วยในเผาผลาญพลังงานได้   เพราะการหัวเราะวันละ 15 นาทีนั้น  จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้ถึง  40  แคลลอรี่  อีกทั้งการที่เราหัวเราะนั้น  ยังทำให้คุณได้เพิ่มระดับของออกซิเจนในเลือด  ทำให้หัวใจกับสมองของเรา  ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย  และการหัวเราะนั้นยังช่วยให้หลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุขออกมาได้ด้วย  ซึ่งได้ประโยชน์หลายต่อจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตามแล้ว  การที่เรานั่งดูเพียงอย่างเดียว  ก็ไม่ได้ช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีมากเท่ากับการออกกำลังกาย   ควรปิดทีวี แล้วออกไปวิ่งสูดอากาศข้างนอกบ้านบ้างก็ดีกว่ากันเยอะเลยละ

เครื่องดื่มสำหรับเช้าวันใหม่

เมื่อเราตื่นเช้ามาในวันใหม่  เราก็อยากที่จะให้สดใสกว่าเดิม   หลายคนนั้นก็สรรหาเครื่องดื่มดี ๆ  ที่ส่งเสริมสุขภาพให้กับตนเองในตอนเช้าเพื่อให้มีพลัง เราจึงมีมาแนะนำ

  • น้ำนมถั่วเหลือง

ปัจจุบันนั้นนมถั่วเหลืองสามารถหาซื้อได้ง่าย  และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ  เพราะว่านมถั่วเหลืองนั้นเป็นเครื่งดื่มที่ให้โปรตีนชนิดที่มีคุณสมบัติเหมือนกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์

  • กาแฟ

กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มในยามเช้าของคนวัยทำงาน  เพราะว่ากาแฟนั้นช่วยกระตุ้นให้เกิดความสดชื่นและความกระปี้กระเปร่า  ก่อนที่จะลงมือทำงาน   นอกจากนี้แล้วนั้นยังสามารถที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดี  และมะเร็งลำไส้ใหญ่  หรือลดอาการหอบของผู้ที่เป็นโรคหอบหืด  อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อนักกีฬาในส่วนของการเพิ่มความทนทานกับความอึดในกีฬาประเภทที่ต้องใช้เวลานาน

  • น้ำมะนาว

คุณลองหาน้ำมะนาวมาดื่มในตอนเช้า  เพราะว่าในน้ำมะนาวนั้นจะมีกรดซิตริก และมีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยในการขับเสมหะ แก้อาการไอเจ็บคอแล้วนั้นยังช่วยให้ร่างกายของเราสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อน ๆที่มาจากเปลือกมานาวยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย

  • น้ำผักหรือน้ำผลไม้

นำผักและน้ำผลไม้นั้นเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆหลายชนิด  โดยเฉพาะอย่างยิงวิตามินซี วิตามินเอ  โฟลิคแอซิด หรือแร่ธาตุต่างๆ  เช่น โซเดียม โปแตสเซียม หรือสังกะสี นอกจากนั้นแล้วในน้ำผักและน้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมจากน้ำตาลโดยธรรมชาติ  ซึ่งสามารถที่จะให้พลังงานแก่ร่างกายของเรา  และยังช่วยให้เราหายเหนื่อยหรือหายเพลีย ทำให้ร่างกายมีความสดชื่น

  • น้ำหวาน

คนส่วนใหญ่ที่นอนดึก ในยามเช้าของคุณก็จะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ  เกิดโรคเครียดทางประสาท  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายของเราพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ  ควรที่จะรับประทานอาหารเช้าที่มีทั้งแป้งและน้ำตาลก็จะช่วยเราได้ โดยอย่างยิ่งน้ำตาลนั้นก็จะสามารถดูดซึมได้ดีและง่าย  ดังนั้นแล้วน้ำหวานก็จะทำให้จิตใจสงบ  คลายอาการเครียดหรือมึนงงได้เป็นอย่างดี